บทความ Haadoo(หาดู)

เที่ยวไทยคนละครึ่ง 2568 : เปิดลิสต์จังหวัดทั่วประเทศ…เมืองหลัก เมืองรอง

เที่ยวไทยคนละครึ่ง 2568 : เปิดลิสต์จังหวัดทั่วประเทศ…เมืองหลัก เมืองรอง

เที่ยวไทยคนละครึ่ง 2568 : เปิดลิสต์จังหวัดทั่วประเทศ…เมืองหลัก เมืองรอง

ปี 2568 นี้ โครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” ที่ทุกคนรอคอยกำลังจะกลับมาอีกครั้ง! นี่คือโอกาสทองที่คุณจะได้ออกเดินทางสำรวจความงดงามของประเทศไทยได้อย่างคุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็นการดื่มด่ำบรรยากาศอันมีชีวิตชีวาของเมืองใหญ่, การย้อนรอยประวัติศาสตร์ตามแหล่งโบราณสถานสำคัญ, หรือการหลีกหนีความวุ่นวายไปสัมผัสเสน่ห์อันเงียบสงบของเมืองเล็กท่ามกลางธรรมชาติอันบริสุทธิ์ โครงการนี้ครอบคลุมการใช้งานทั้งในจังหวัดเมืองหลักและเมืองรองทั่วประเทศ รับรองว่าทุกทริปของคุณจะเต็มไปด้วยความสุข ความประหยัด และประสบการณ์ใหม่ๆ ที่น่าจดจำไม่มีวันสิ้นสุด เตรียมตัวให้พร้อม แล้วออกไปค้นพบทุกมิติของเมืองไทยที่คุณอาจไม่เคยเห็น!

ทำความเข้าใจโครงการ : “เที่ยวไทยคนละครึ่ง 2568” ก่อนออกเดินทาง

ก่อนที่เราจะไปเปิดลิสต์จังหวัดต่างๆ มาร่วมทำความเข้าใจแก่นแท้และสิทธิประโยชน์ของโครงการ เที่ยวไทยคนละครึ่ง 2568 กันก่อน เพื่อให้คุณสามารถใช้สิทธิ์ได้อย่างเต็มที่

  • แก่นแท้และจุดประสงค์ : โครงการ เที่ยวไทยคนละครึ่ง 2568 คือมาตรการสำคัญจากภาครัฐที่มุ่งเน้นการส่งเสริมและกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยมีกลไกการสนับสนุนค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งในการเดินทางและบริการท่องเที่ยวให้กับประชาชน เป้าหมายหลักคือการสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนจำนวนมหาศาลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทย ตั้งแต่ผู้ประกอบการรายใหญ่ไปจนถึงธุรกิจขนาดเล็กในท้องถิ่น และกระจายรายได้สู่ชุมชนต่างๆ อย่างทั่วถึง
  • กลไกการสนับสนุนค่าใช้จ่าย : โดยพื้นฐานแล้ว รัฐบาลจะร่วมจ่าย (สมทบ) ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวให้ประชาชนสูงสุดถึง 50% ของยอดใช้จ่ายที่กำหนด นอกจากส่วนลดค่าที่พักแล้ว โครงการยังมีส่วนลดพิเศษในรูปแบบคูปองสำหรับใช้จ่ายด้านอาหารหรือเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวที่ร่วมรายการ เพื่อเพิ่มแรงจูงใจและส่งเสริมการใช้จ่ายในหมวดหมู่อื่นๆ ที่สำคัญต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น
  • ความแตกต่างระหว่าง “เมืองหลัก” และ “เมืองรอง” : เพื่อให้การสนับสนุนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและกระจายรายได้ได้อย่างทั่วถึง โครงการได้แบ่งจังหวัดออกเป็นสองประเภทหลัก พร้อมอัตราการสนับสนุนที่แตกต่างกัน
    • เมืองหลัก : คือจังหวัดที่เป็นจุดหมายยอดนิยม มีโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวที่แข็งแกร่ง และมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากอยู่แล้ว เช่น กรุงเทพมหานคร, เชียงใหม่, ภูเก็ต รัฐบาลจะสมทบค่าที่พัก 40%
    • เมืองรอง : คือจังหวัดที่รัฐบาลต้องการกระจายรายได้ด้านการท่องเที่ยวให้มากขึ้น มีเสน่ห์เฉพาะตัวที่ยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง มักเป็นเมืองที่เน้นธรรมชาติ วัฒนธรรม หรือวิถีชีวิตชุมชน เช่น เลย, แพร่, น่าน รัฐบาลจะสมทบค่าที่พัก 50%

ส่วนลดค่าที่พัก : สิทธิประโยชน์ตามประเภทเมืองและวันเข้าพัก

รัฐบาลมุ่งเน้นการสนับสนุนค่าที่พักในอัตราที่แตกต่างกัน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ต่างๆ รวมถึงกระตุ้นการเดินทางในวันธรรมดา

  • อัตราสนับสนุนตามประเภทเมือง :
    • เมืองหลัก : รัฐจะสมทบค่าที่พักให้ 40%
    • เมืองรอง : รัฐจะสมทบค่าที่พักให้ในอัตราที่สูงขึ้นถึง 50%
  • สิทธิพิเศษสำหรับวันธรรมดา :
    • เพื่อกระตุ้นการเดินทางในช่วงวันทำงาน (จันทร์-ศุกร์) ซึ่งเป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวน้อย โครงการนี้จะเพิ่มอัตราการสมทบค่าที่พักเป็น 50% สำหรับทุกพื้นที่ (ทั้งเมืองหลักและเมืองรอง)
    • สำหรับการเข้าพักในวันหยุดสุดสัปดาห์ (เสาร์-อาทิตย์) หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ จะได้รับการสนับสนุน 40% ในทุกพื้นที่
  • วงเงินและจำนวนคืนสูงสุดต่อคน :
    • ประชาชนแต่ละคนสามารถใช้สิทธิ์ค่าที่พักได้รวมไม่เกิน 5 คืน
    • แบ่งเป็นสิทธิ์เข้าพักในเมืองหลักได้ไม่เกิน 3 คืน และในเมืองรองได้ไม่เกิน 2 คืน
    • สิทธิ์ 1 คืนจะนับเป็น 1 สิทธิ์ และมีวงเงินค่าห้องพักสูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อคนต่อคืน

ขอบเขตการใช้สิทธิ์ที่หลากหลาย : ครอบคลุมทุกมิติการเดินทาง

ความพิเศษของโครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง 2568” ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ค่าที่พัก แต่ยังครอบคลุมค่าใช้จ่ายหลากหลายหมวดหมู่ เพื่อให้คุณประหยัดได้ตลอดทริป

  • ค่าอาหารและสินค้า OTOP : ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถใช้สิทธิ์ส่วนลดสำหรับค่าอาหารที่ร้านค้าที่เข้าร่วม รวมถึงการซื้อสินค้า OTOP ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
  • บริการสุขภาพและการเดินทาง : โครงการยังให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายสำหรับบริการต่างๆ เช่น ค่าบริการสปาและนวดเพื่อสุขภาพ เพื่อการผ่อนคลายระหว่างเดินทาง รวมถึงค่าบริการรถเช่าและเรือเช่า เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางสำรวจสถานที่ต่างๆ

เปิดลิสต์จังหวัด “เที่ยวไทยคนละครึ่ง 2568” : ครอบคลุมทั้งเมืองหลักและเมืองรอง

โครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง 2568” ได้กำหนดกลุ่มจังหวัดที่เข้าร่วมอย่างชัดเจน เพื่อส่งเสริมให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวที่หลากหลายและช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศ

กลุ่มจังหวัดเมืองหลัก : 22 จุดหมายยอดนิยม

  • ภาคกลาง-ตะวันออก-ตะวันตก (14 จังหวัด) :
    กรุงเทพมหานคร (ศูนย์รวมความบันเทิงและวัฒนธรรม), นครปฐม (องค์พระปฐมเจดีย์), นนทบุรี (วิถีไทยริมคลอง), ปทุมธานี (แหล่งเรียนรู้), พระนครศรีอยุธยา (เมืองมรดกโลก), ประจวบคีรีขันธ์ (ทะเลสวย หัวหิน-ปราณบุรี), เพชรบุรี (เมืองขนมหวาน ธรรมชาติงาม), สมุทรปราการ (ฟาร์มจระเข้ ตลาดโบราณ), สมุทรสาคร (เมืองประมง), สระบุรี (ขุนเขา ฟาร์มโคนม), ฉะเชิงเทรา (วัดริมบางปะกง), ชลบุรี (พัทยา เกาะล้าน), ระยอง (หาดสวย เกาะเสม็ด), และ กาญจนบุรี (สะพานข้ามแม่น้ำแคว น้ำตก)
  • ภาคเหนือ (1 จังหวัด) :
    เชียงใหม่ (ล้านนา ดอยสูง)
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (2 จังหวัด) :
    ขอนแก่น (ศูนย์กลางอีสาน ผ้าไหม), นครราชสีมา (เขาใหญ่ ประตูสู่อีสาน)
  • ภาคใต้ (5 จังหวัด) :
    กระบี่ (ทะเลอันดามัน ถ้ำหินปูน), พังงา (อ่าวพังงา สิมิลัน), สงขลา (เมืองเก่า หาดสมิหลา), สุราษฎร์ธานี (ประตูสู่เกาะสมุย พะงัน เต่า), และ ภูเก็ต (ไข่มุกอันดามัน ชายหาดระดับโลก)

กลุ่มจังหวัดเมืองรอง : 55 เสน่ห์ซ่อนเร้นที่รอการค้นพบ

  • ภาคเหนือ (16 จังหวัด) :
    เชียงราย (เมืองศิลปะ สามเหลี่ยมทองคำ), พิษณุโลก (เมืองสองแคว ประวัติศาสตร์), ตาก (ธรรมชาติ ผจญภัย), เพชรบูรณ์ (ภูทับเบิก ภูค้อ), นครสวรรค์ (เมืองปากน้ำโพ), สุโขทัย (มรดกโลก), ลำพูน (วัดเก่าแก่ หัตถกรรม), อุตรดิตถ์ (เมืองลับแล ผลไม้), ลำปาง (เมืองรถม้า เซรามิก), แม่ฮ่องสอน (เมืองสามหมอก ธรรมชาติ), พิจิตร (เมืองชาละวัน บึงสีไฟ), แพร่ (เมืองไม้สัก), น่าน (สงบ ศิลปะ วัฒนธรรม), กำแพงเพชร (มรดกโลก), อุทัยธานี (วิถีริมน้ำสะแกกรัง), และ พะเยา (กว๊านพะเยา)
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (18 จังหวัด) :
    อุดรธานี (บ้านเชียง ทะเลบัวแดง), อุบลราชธานี (ดอกบัวงาม แสงแรก), หนองคาย (ริมโขง สะพานมิตรภาพ), เลย (ทะเลหมอก ภูเรือ ภูทอก), มุกดาหาร (ริมโขง ตลาดอินโดจีน), บุรีรัมย์ (ปราสาทหิน ฟุตบอล), ชัยภูมิ (ทุ่งดอกกระเจียว), ศรีสะเกษ (ปราสาทขอม ทุเรียนภูเขาไฟ), สุรินทร์ (เมืองช้าง ผ้าไหม), สกลนคร (เมืองธรรมะ หัตถกรรม), นครพนม (ริมโขง พระธาตุพนม), ร้อยเอ็ด (บึงพลาญชัย หอโหวด), มหาสารคาม (ตักศิลาอีสาน), บึงกาฬ (ริมโขง หินสามวาฬ), กาฬสินธุ์ (ไดโนเสาร์), ยโสธร (บั้งไฟพญานาค), หนองบัวลำภู (สงบงาม), และ อำนาจเจริญ (วิถีอีสาน ธรรมะ)
  • ภาคกลาง-ตะวันออก-ตะวันตก (12 จังหวัด) :
    ลพบุรี (เมืองลิง ประวัติศาสตร์), สุพรรณบุรี (ตำนาน วรรณคดี), นครนายก (น้ำตก กิจกรรมใกล้กรุง), สระแก้ว (ตลาดโรงเกลือ), ตราด (เกาะช้าง เกาะกูด), จันทบุรี (อัญมณี ผลไม้ ทะเล), ราชบุรี (โอ่งมังกร ถ้ำ), สมุทรสงคราม (อัมพวา วิถีคลอง), ปราจีนบุรี (ธรรมชาติ สุขภาพ), ชัยนาท (เมืองนก วิถีริมน้ำ), อ่างทอง (พระนอน วัดเก่าแก่), และ สิงห์บุรี (วีรชนค่ายบางระจัน)
  • ภาคใต้ (7 จังหวัด) : นครศรีธรรมราช (อารยธรรม วัดพระมหาธาตุ), พัทลุง (โนรา วิถีท้องถิ่น), ตรัง (ทะเลสวย เกาะงาม อาหารอร่อย), สตูล (หมู่เกาะตะรุเตา ธรณีโลก), ชุมพร (ประตูสู่ใต้ ทะเลสวย), ระนอง (ฝนแปดแดดสี่ น้ำตก น้ำพุร้อน), และ นราธิวาส (ทะเลชายแดน วัฒนธรรมหลากหลาย)

สรุปและคำแนะนำสุดท้าย : อย่าพลาดโอกาสทองจาก “เที่ยวไทยคนละครึ่ง 2568”

การกลับมาของโครงการ เที่ยวไทยคนละครึ่ง 2568 ถือเป็นโอกาสทองสำหรับประชาชนที่จะได้ออกเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศในราคาที่คุ้มค่า และยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของไทยให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง โครงการนี้ไม่เพียงช่วยประหยัดงบประมาณการเดินทางของคุณ แต่ยังเปิดโอกาสให้คุณได้ค้นพบเสน่ห์ที่ซ่อนอยู่ในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ทั้งเมืองหลักและเมืองรอง

ไม่ว่าคุณจะวางแผนเดินทางไปที่ใด การทำความเข้าใจรายละเอียดและเตรียมความพร้อมล่วงหน้า จะช่วยให้การใช้สิทธิ์ของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและได้รับประโยชน์สูงสุด อย่ารอช้า! เตรียมตัวให้พร้อม แล้วออกไปเติมพลังชีวิตด้วยประสบการณ์ใหม่ๆ ทั่วไทยไปพร้อมกับโครงการดีๆ

แชร์ให้เพื่อนเลย
Tags:
Content Creator
บทความที่เกี่ยวข้อง
แอปที่จะทำให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้นในทุกๆการใช้ชีวิต

ออกไปใช้ชีวิต...อยากไปที่ไหน?.. อยากทำอะไร?

ก็....หาดู

Scroll to Top