บทความ Haadoo(หาดู)

เที่ยวไทยคนละครึ่ง 2568 (เราเที่ยวด้วยกัน) สรุปย้อนหลังครบทุกเรื่อง

สรุปย้อนหลังโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง หรือ เราเที่ยวด้วยกัน 2568 ครบในที่เดียว ทั้งผู้มีสิทธิ์ ขั้นตอนลงทะเบียน ส่วนลดค่าที่พักเมืองหลัก 40% เมืองรอง 50% และรายชื่อจังหวัดที่เข้าร่วม
บอกจำนวนคน วันที่ และงบ — ทีมงานช่วยหาบ้านที่ว่างจริงให้ทางไลน์
เราเที่ยวด้วยกัน 2568 คู่มือครบวงจร “เที่ยวไทยคนละครึ่ง
เราเที่ยวด้วยกัน 2568 คู่มือครบวงจร “เที่ยวไทยคนละครึ่ง

สารบัญ

อัปเดตสถานะโครงการ: โครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” (เราเที่ยวด้วยกัน) รอบปี 2568 สิ้นสุดไปแล้ว ไม่สามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์ได้อีก บทความนี้เก็บไว้เป็นบันทึกสรุปย้อนหลังว่าโครงการมีเงื่อนไข ขั้นตอน และสิทธิประโยชน์อย่างไร หากภาครัฐเปิดโครงการรอบใหม่ ต้องติดตามประกาศจากหน่วยงานรัฐโดยตรง

คำตอบสั้น: สรุปย้อนหลังโครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” หรือ เราเที่ยวด้วยกัน 2568 ครบในที่เดียว ทั้งที่มาของโครงการ ผู้มีสิทธิ์ (สัญชาติไทย อายุ 18 ปีขึ้นไป จำกัด 500,000 สิทธิ์) ขั้นตอนลงทะเบียน ส่วนลดค่าที่พักเมืองหลัก 40% เมืองรอง 50% และรายชื่อจังหวัดที่เข้าร่วม

เราเที่ยวด้วยกัน 2568 คู่มือครบวงจร “เที่ยวไทยคนละครึ่ง

โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวที่หลายคนตั้งตารอคอยกำลังจะกลับมาอีกครั้งในปี 2568 นี้! ภายใต้ชื่อใหม่ที่เข้าใจง่ายและสะท้อนถึงเจตนารมณ์ นั่นคือ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” หลังจากที่โครงการในเฟสก่อนๆ ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมและมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศ มาคราวนี้ โครงการ เราเที่ยวด้วยกัน 2568 ที่กำลังจะกลับมา จะมาพร้อมกับรูปโฉมใหม่และการปรับปรุงเงื่อนไขต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และกระจายประโยชน์ได้อย่างทั่วถึงมากยิ่งขึ้น

บทความนี้คือคู่มือฉบับสมบูรณ์ ที่จะช่วยให้คุณทำความเข้าใจทุกรายละเอียดสำคัญ เพื่อเตรียมพร้อมรับสิทธิ์และวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวได้อย่างคุ้มค่าและราบรื่นที่สุด

เราเที่ยวด้วยกัน 2568 คู่มือครบวงจร "เที่ยวไทยคนละครึ่ง

ทำความรู้จัก “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” โฉมใหม่ของโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ

การกลับมาของโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวนี้ ถือเป็นข่าวดีสำหรับทั้งนักเดินทางและผู้ประกอบการ โดยภาครัฐเล็งเห็นถึงบทบาทสำคัญของการท่องเที่ยวภายในประเทศในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยรวม

  • เป้าหมายและงบประมาณโครงการ  รัฐบาลได้มีมติอนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณขนาดใหญ่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจรวมกว่า 110,000 ล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้ โครงการ เที่ยวไทยคนละครึ่ง ได้รับการจัดสรรงบประมาณไว้ในวงเงิน 1,750 ล้านบาท โดยมีเป้าหมายหลักคือการกระตุ้นให้ประชาชนออกเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศมากขึ้น สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนสู่ผู้ประกอบการทุกระดับ และกระจายรายได้สู่ชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ
  • ใครคือผู้ดูแลและบทบาทของผู้ประกอบการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินโครงการ โดยผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร หรือบริการต่างๆ ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ สามารถเตรียมตัวลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านช่องทางออนไลน์ที่กำหนดได้แก่ เว็บไซต์ thai.tourismthailand.org และเว็บไซต์ partner.tat.or.th เพื่อให้ระบบพร้อมรองรับการใช้สิทธิ์ของประชาชน

ทำความรู้จัก “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” โฉมใหม่ของโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ

คู่มือไทม์ไลน์ : เมื่อไหร่ที่คุณจะเริ่มใช้สิทธิ์ “เราเที่ยวด้วยกัน 2568” ได้?

การทำความเข้าใจไทม์ไลน์ของโครงการถือเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการลงทะเบียนและใช้สิทธิ์อย่างทันท่วงที

  • วันลงทะเบียนและช่วงเวลาการใช้สิทธิ์สำหรับประชาชน : สำหรับประชาชนทั่วไปที่สนใจเข้าร่วมโครงการ เราเที่ยวด้วยกัน 2568 ในชื่อใหม่ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” สามารถเตรียมตัวลงทะเบียนและเริ่มจองสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป โดยโครงการจำกัดจำนวนสิทธิ์เพียง 500,000 สิทธิ์เท่านั้น และระยะเวลาในการใช้สิทธิ์จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคม 2568 ไปจนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2568
  • ทำความเข้าใจการปรับกำหนดการ : เดิมทีโครงการนี้มีแผนจะเริ่มดำเนินการในช่วงเดือนพฤษภาคม 2568 แต่ได้มีการเลื่อนออกไปเป็นช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม 2568 แทน เพื่อให้การดำเนินงานสอดรับกับฤดูกาลท่องเที่ยวในช่วงโลว์ซีซัน (Low Season) ซึ่งจะช่วยกระจายการท่องเที่ยวให้คึกคักตลอดปี และยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการมีเวลาเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ ก่อนที่ประชาชนจะเริ่มใช้สิทธิ์จริง ทำให้ระบบมีความพร้อมสูงสุด
  • ช่องทางการจองและข้อจำกัดสิทธิ์ : ประชาชนสามารถลงทะเบียนและทำการจองสิทธิ์ผ่านเว็บไซต์หลักของโครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” และผ่านแอปพลิเคชัน “Amazing Thailand” ซึ่งเป็นช่องทางที่ภาครัฐกำหนดไว้ เพื่อความสะดวก โปร่งใส และป้องกันการทุจริตในการดำเนินงาน

คู่มือไทม์ไลน์ : เมื่อไหร่ที่คุณจะเริ่มใช้สิทธิ์ “เราเที่ยวด้วยกัน 2568” ได้?

อ่านถึงตรงนี้แล้วอยากถามเพิ่ม? ส่งจำนวนคน วันที่ และงบมาได้เลยทักไลน์ @haadoo

สิทธิประโยชน์ที่คุณจะได้รับ : คำแนะนำในการใช้ “เราเที่ยวด้วยกัน 2568” ให้คุ้มค่า

โครงการ เราเที่ยวด้วยกัน 2568 รูปแบบใหม่นี้ ได้รับการออกแบบการสนับสนุนค่าใช้จ่ายอย่างละเอียด เพื่อจูงใจให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวที่หลากหลายและกระจายตัวสู่ภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ

  • ส่วนลดค่าที่พัก : หลักเกณฑ์สำหรับเมืองหลักและเมืองรอง : รัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายสำหรับที่พักในอัตราที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับประเภทของเมืองที่คุณเลือกเดินทางไป
    • หากเดินทางท่องเที่ยวใน “เมืองหลัก” (เช่น กรุงเทพฯ, เชียงใหม่, ภูเก็ต) รัฐบาลจะสมทบค่าใช้จ่ายให้ในอัตรา 40% ของค่าที่พัก
    • หากเดินทางท่องเที่ยวใน “เมืองรอง” หรือเมืองท่องเที่ยวน่าสนใจอื่นๆ ที่ภาครัฐส่งเสริม รัฐบาลจะสมทบค่าใช้จ่ายให้ในอัตราที่สูงขึ้นถึง 50% ของค่าที่พัก เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ที่ยังไม่ได้รับความนิยมเท่าเมืองใหญ่
  • เพิ่มความคุ้มค่าในวันธรรมดา : สิทธิพิเศษที่คุณอาจไม่รู้ : เพื่อจูงใจให้ประชาชนเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันทำงาน ซึ่งโดยปกติแล้วจะเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวน้อย รัฐบาลได้เพิ่มอัตราการสนับสนุนค่าที่พักเป็นพิเศษ
    • หากเข้าพักในวันธรรมดา (วันจันทร์ถึงวันศุกร์) จะได้รับการสมทบในอัตรา 50% (โดยพิจารณาร่วมกับเกณฑ์เมืองหลัก/รอง เพื่อประโยชน์สูงสุด)
    • แต่หากเป็นการเข้าพักในวันหยุดสุดสัปดาห์ (วันเสาร์-อาทิตย์) หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ จะได้รับการสนับสนุน 40% (โดยพิจารณาร่วมกับเกณฑ์เมืองหลัก/รอง)
  • ข้อกำหนดจำนวนคืนและวงเงินสูงสุดต่อสิทธิ์ : ประชาชนแต่ละคนสามารถใช้สิทธิ์ค่าที่พักได้รวมไม่เกิน 5 คืน โดยมีการแบ่งสิทธิ์ย่อยเป็น
    • เข้าพักในเมืองหลักได้ไม่เกิน 3 คืน
    • เข้าพักในเมืองรองได้ไม่เกิน 2 คืน
    • สิทธิ์ 1 คืนจะนับเป็น 1 สิทธิ์ และมีวงเงินค่าห้องพักสูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อคนต่อคืน (หมายถึงรัฐบาลจะจ่ายสูงสุด 40% หรือ 50% ของ 3,000 บาท ขึ้นอยู่กับเงื่อนไข)

สิทธิประโยชน์ที่คุณจะได้รับ : คำแนะนำในการใช้ “เราเที่ยวด้วยกัน 2568” ให้คุ้มค่า

ขอบเขตการใช้สิทธิ์ที่หลากหลาย : ไม่ใช่แค่ค่าที่พัก…แต่ครอบคลุมทั่วการเดินทาง

ความพิเศษของโครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง 2568” คือการสนับสนุนที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายหลากหลายหมวดหมู่ ไม่ใช่แค่เพียงค่าที่พักเท่านั้น เพื่อให้การท่องเที่ยวเป็นไปอย่างครบวงจรและเกิดการใช้จ่ายในภาคส่วนต่างๆ อย่างทั่วถึง

  • ค่าอาหารและสินค้า OTOP : ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถใช้สิทธิ์ส่วนลดสำหรับค่าอาหารที่ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ รวมถึงการซื้อสินค้า OTOP (One Tambon One Product) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชนที่สะท้อนเอกลักษณ์ท้องถิ่น ช่วยกระจายรายได้สู่ผู้ผลิตรายย่อยในท้องถิ่นนั้นๆ
  • บริการสุขภาพและการเดินทาง : โครงการยังให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายสำหรับบริการต่างๆ เช่น ค่าบริการสปาและนวดเพื่อสุขภาพ เพื่อการผ่อนคลายระหว่างการเดินทาง รวมถึงค่าบริการรถเช่าและเรือเช่า เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในแต่ละจังหวัดที่เข้าร่วมโครงการ

ขอบเขตการใช้สิทธิ์ที่หลากหลาย : ไม่ใช่แค่ค่าที่พัก…แต่ครอบคลุมทั่วการเดินทาง

ข้อควรรู้และสิ่งที่ต้องเตรียมตัวก่อนเข้าร่วมโครงการ

แม้จะมีการประกาศรายละเอียดเบื้องต้นออกมาแล้ว แต่สิ่งสำคัญคือการเตรียมตัวให้พร้อมและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

  • เงื่อนไขการเข้าร่วมสำหรับประชาชน : ผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการโดยทั่วไปคือประชาชนชาวไทยที่มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และมีคุณสมบัติตรงตามที่ภาครัฐกำหนด ควรตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมในเว็บไซต์โครงการเมื่อมีการเปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการ
  • สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนลงทะเบียน : ควรเตรียมบัตรประจำตัวประชาชน ข้อมูลส่วนตัว และช่องทางการติดต่อให้พร้อม และอาจจำเป็นต้องมีแอปพลิเคชันที่เกี่ยวข้องกับการใช้สิทธิ์
  • การติดตามข่าวสารอย่างเป็นทางการ : รายละเอียดและเงื่อนไขของโครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง 2568” อาจมีการปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมและสถานการณ์ในอนาคต ดังนั้น ควรติดตามข่าวสารอย่างเป็นทางการจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เช่น เว็บไซต์ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หรือหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่พลาดทุกการอัปเดต

ข้อควรรู้และสิ่งที่ต้องเตรียมตัวก่อนเข้าร่วมโครงการ

การกลับมาของโครงการ เราเที่ยวด้วยกัน 2568 หรือ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” จึงเป็นโอกาสทองสำหรับประชาชนที่จะได้ออกเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศในราคาที่คุ้มค่า และยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของไทยให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ขอให้ทุกคนเตรียมพร้อมรับสิทธิ์ในโครงการและวางแผนทริปในฝันของตัวเองได้เลย!

ขั้นตอนลงทะเบียนรับสิทธิ์ (สรุปจากรอบปี 2568)

โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวที่หลายคนตั้งตารอคอยกำลังจะกลับมาอีกครั้งในปี 2568 นี้ ภายใต้ชื่อใหม่ที่เข้าใจง่ายและสะท้อนเจตนารมณ์ นั่นคือ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการเพื่อรับสิทธิ์และสิทธิประโยชน์ต่างๆ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำความเข้าใจรายละเอียดเกี่ยวกับคุณสมบัติผู้มีสิทธิ์และขั้นตอนการลงทะเบียนอย่างถูกต้อง เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสสำคัญนี้ บทความนี้จะช่วยให้ทั้งประชาชนและผู้ประกอบการเตรียมพร้อมสำหรับการ เราเที่ยวด้วยกัน ลงทะเบียน และเข้าร่วมโครงการได้อย่างราบรื่นที่สุด

เราเที่ยวด้วยกัน ลงทะเบียน : เตรียมพร้อมรับสิทธิ์ 1 กรกฎาคม 2568

ใครบ้างมีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ?

โครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” ปี 2568 มีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยกำหนดคุณสมบัติผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมอย่างชัดเจน ทั้งสำหรับประชาชนและภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว

  • สำหรับประชาชนทั่วไป :
    • สัญชาติไทย : ผู้มีสิทธิ์จะต้องเป็นผู้ที่มีสัญชาติไทยเท่านั้น
    • อายุ : ต้องมีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน เพื่อยืนยันความสามารถในการตัดสินใจและเข้าร่วมกิจกรรมตามเงื่อนไขของโครงการ
    • เงื่อนไขสิทธิ์ : แต่ละคนจะได้รับสิทธิ์ตามที่โครงการกำหนด ซึ่งในครั้งนี้จำกัดเพียง 500,000 สิทธิ์ เท่านั้น การ เราเที่ยวด้วยกัน ลงทะเบียน ในครั้งนี้จึงเป็นการแข่งขันที่ต้องอาศัยความรวดเร็วและเตรียมพร้อม เพื่อให้ได้สิทธิ์ในการสนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยว
  • สำหรับผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว :
    • ประเภทธุรกิจ : ครอบคลุมผู้ประกอบการที่พัก (โรงแรม, รีสอร์ต, เกสต์เฮาส์), ร้านอาหาร, ผู้ให้บริการสปาและนวดเพื่อสุขภาพ, ผู้ให้บริการรถเช่า/เรือเช่า, และร้านค้าสินค้า OTOP (One Tambon One Product) ที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายและมีหน้าร้านหรือให้บริการจริงในประเทศไทย

การจดทะเบียนถูกต้อง : ผู้ประกอบการจะต้องมีการจดทะเบียนธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หรือหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อให้มั่นใจในมาตรฐานและคุณภาพของการบริการ

กำหนดการและช่องทางการลงทะเบียน

การทราบกำหนดการและช่องทางการลงทะเบียนที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการรับสิทธิ์ในโครงการ เราเที่ยวด้วยกัน ลงทะเบียน

  • สำหรับผู้ประกอบการ :
    • สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการล่วงหน้าได้ เพื่อให้ระบบและข้อมูลของผู้ประกอบการพร้อมรองรับการใช้สิทธิ์ของประชาชนเมื่อโครงการเปิดอย่างเป็นทางการ
    • ช่องทางลงทะเบียนอย่างเป็นทางการ: เว็บไซต์ thai.tourismthailand.org และ partner.tat.or.th ซึ่งเป็นช่องทางหลักที่ใช้ในการตรวจสอบคุณสมบัติและอนุมัติการเข้าร่วมโครงการ
  • สำหรับประชาชน :
    • สามารถเริ่มลงทะเบียนและจองสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป ซึ่งคาดว่าจะมีผู้สนใจจำนวนมาก ดังนั้นการเตรียมตัวล่วงหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญ
    • โครงการจำกัดจำนวนสิทธิ์เพียง 500,000 สิทธิ์ เท่านั้น ซึ่งบ่งชี้ว่าจะเป็นการแข่งขันที่สูง และสิทธิ์อาจเต็มอย่างรวดเร็ว

ช่องทางลงทะเบียนอย่างเป็นทางการ : การลงทะเบียนสำหรับประชาชนจะทำผ่านเว็บไซต์หลักของโครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” โดยตรง และอาจรวมถึงการใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน “Amazing Thailand” เพื่อยืนยันตัวตนและใช้สิทธิ์ ซึ่งจะมีการแจ้งรายละเอียดเพิ่มเติมเมื่อใกล้ถึงวันลงทะเบียน

กำหนดการและช่องทางการลงทะเบียน

ขั้นตอนการรับสิทธิ์ง่าย ๆ

เพื่อให้การ เราเที่ยวด้วยกัน ลงทะเบียน และรับสิทธิ์เป็นไปอย่างราบรื่น นี่คือขั้นตอนสำคัญที่ควรปฏิบัติตาม เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกรายละเอียด

สำหรับประชาชน :

    1. เตรียมความพร้อม :
      • เตรียมบัตรประจำตัวประชาชนให้พร้อม รวมถึงข้อมูลส่วนตัวที่จำเป็น เช่น เบอร์โทรศัพท์ที่ใช้ลงทะเบียน ซึ่งควรเป็นเบอร์ที่ใช้งานอยู่จริงและสามารถรับ SMS ได้
      • ตรวจสอบการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตให้เสถียร เพื่อป้องกันการหลุดออกจากระบบระหว่างการลงทะเบียน
      • ดาวน์โหลดและติดตั้งแอปพลิเคชัน “Amazing Thailand” (หากมีการกำหนดให้ใช้ในการยืนยันตัวตนหรือใช้สิทธิ์) และทำการลงทะเบียนใช้งานแอปพลิเคชันล่วงหน้า หากมีคำแนะนำให้ทำ
    2. ลงทะเบียนผ่านช่องทางที่กำหนด :
      • เข้าสู่เว็บไซต์หลักของโครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” ตามวันและเวลาที่กำหนดอย่างเคร่งครัด (1 กรกฎาคม 2568, 08.00 น.)
      • กรอกข้อมูลส่วนตัวตามที่ระบบร้องขออย่างถูกต้องและครบถ้วนทุกช่อง โดยเฉพาะเลขบัตรประชาชน ชื่อ-นามสกุล และเบอร์โทรศัพท์
      • กดยืนยันการลงทะเบียน หลังจากตรวจสอบข้อมูลเรียบร้อยแล้ว
    3. รอการยืนยันสิทธิ์ : หลังจากลงทะเบียน ระบบจะดำเนินการตรวจสอบข้อมูลและแจ้งผลการได้รับสิทธิ์ ซึ่งอาจใช้เวลาสักครู่ ผู้ได้รับสิทธิ์จะได้รับการแจ้งเตือนผ่าน SMS หรือช่องทางอื่นที่กำหนดไว้จากโครงการ
    4. จองและใช้สิทธิ์ : เมื่อได้รับสิทธิ์แล้ว ผู้ใช้สามารถเริ่มจองที่พักและใช้สิทธิ์ส่วนลดต่างๆ ผ่านช่องทางที่โครงการกำหนด ซึ่งจะอยู่ในช่วง 4-31 ตุลาคม 2568 การใช้สิทธิ์ส่วนลดต่างๆ (เช่น ค่าที่พัก, ค่าอาหาร, OTOP, สปา, รถเช่า) จะทำผ่านแอปพลิเคชันหรือระบบที่เชื่อมโยงกับโครงการ ซึ่งอาจมีการกำหนดวิธีการใช้จ่ายและวงเงินส่วนลดที่ชัดเจนเพิ่มเติม

ขั้นตอนการรับสิทธิ์ง่าย ๆ

สำหรับผู้ประกอบการ :

    1. ลงทะเบียนล่วงหน้า : เข้าสู่เว็บไซต์ thai.tourismthailand.org หรือ partner.tat.or.th กรอกข้อมูลธุรกิจและรายละเอียดที่จำเป็นตามที่ระบบกำหนด เช่น เลขทะเบียนพาณิชย์ ประเภทธุรกิจ และเอกสารประกอบการจดทะเบียน
    2. รอการตรวจสอบและอนุมัติ : หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตรวจสอบข้อมูลและคุณสมบัติของผู้ประกอบการอย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่าตรงตามเงื่อนไขที่กำหนด ผู้ประกอบการจะได้รับการแจ้งผลการอนุมัติการเข้าร่วมโครงการเมื่อการตรวจสอบเสร็จสิ้น
    3. เตรียมระบบรองรับการใช้สิทธิ์ : เมื่อได้รับการอนุมัติ ผู้ประกอบการจะต้องเตรียมระบบชำระเงินและระบบการบริการให้พร้อมรองรับการใช้สิทธิ์จากประชาชนตามเงื่อนไขของโครงการ เช่น การติดตั้งแอปพลิเคชันสำหรับรับชำระเงิน การอบรมพนักงาน และการทำความเข้าใจข้อกำหนดเกี่ยวกับการรับสิทธิ์ส่วนลดต่างๆ

ข้อควรรู้เพิ่มเติมและการเตรียมตัวให้พร้อม

การ เราเที่ยวด้วยกัน ลงทะเบียน ในโครงการนี้อาจมีผู้สนใจจำนวนมาก การเตรียมตัวอย่างรอบคอบจะช่วยลดปัญหาและเพิ่มโอกาสในการได้รับสิทธิ์

  • เตรียมข้อมูลให้ถูกต้องครบถ้วน : ตรวจสอบข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลธุรกิจที่ใช้ในการลงทะเบียนให้ถูกต้องครบถ้วนทุกครั้ง เพื่อป้องกันปัญหาการลงทะเบียนไม่สำเร็จ หรือการได้รับสิทธิ์ล่าช้า
  • ติดตามข่าวสารจากแหล่งข้อมูลทางการ : เนื่องจากรายละเอียดและเงื่อนไขของโครงการอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ควรติดตามข่าวสารและประกาศอย่างเป็นทางการจากเว็บไซต์หลักของโครงการ, กระทรวงการคลัง, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, หรือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ได้รับข้อมูลที่อัปเดตและถูกต้องที่สุด
  • เตรียมความพร้อมด้านเทคนิค : ในวันเปิดลงทะเบียน อาจมีผู้เข้าใช้งานเว็บไซต์เป็นจำนวนมาก ควรใช้อุปกรณ์ที่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่เสถียร และอาจลองเข้าใช้งานล่วงหน้าเล็กน้อยเพื่อตรวจสอบความพร้อมของระบบและอินเทอร์เน็ต

การเข้าร่วมโครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” นี้ เป็นโอกาสสำคัญสำหรับประชาชนที่จะได้ออกเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศในราคาที่คุ้มค่า และยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของไทยให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ขอให้ทุกคนเตรียมพร้อมรับสิทธิ์และวางแผนทริปในฝันของตัวเองได้อย่างราบรื่น!

ข้อควรรู้เพิ่มเติมและการเตรียมตัวให้พร้อม

เปิดลิสต์จังหวัด “เที่ยวไทยคนละครึ่ง 2568” : ครอบคลุมทั้งเมืองหลักและเมืองรอง

โครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง 2568” ได้กำหนดกลุ่มจังหวัดที่เข้าร่วมอย่างชัดเจน เพื่อส่งเสริมให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวที่หลากหลายและช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศ

กลุ่มจังหวัดเมืองหลัก : 22 จุดหมายยอดนิยม

  • ภาคกลาง-ตะวันออก-ตะวันตก (14 จังหวัด) :
    กรุงเทพมหานคร (ศูนย์รวมความบันเทิงและวัฒนธรรม), นครปฐม (องค์พระปฐมเจดีย์), นนทบุรี (วิถีไทยริมคลอง), ปทุมธานี (แหล่งเรียนรู้), พระนครศรีอยุธยา (เมืองมรดกโลก), ประจวบคีรีขันธ์ (ทะเลสวย หัวหิน-ปราณบุรี), เพชรบุรี (เมืองขนมหวาน ธรรมชาติงาม), สมุทรปราการ (ฟาร์มจระเข้ ตลาดโบราณ), สมุทรสาคร (เมืองประมง), สระบุรี (ขุนเขา ฟาร์มโคนม), ฉะเชิงเทรา (วัดริมบางปะกง), ชลบุรี (พัทยา เกาะล้าน), ระยอง (หาดสวย เกาะเสม็ด), และ กาญจนบุรี (สะพานข้ามแม่น้ำแคว น้ำตก)
  • ภาคเหนือ (1 จังหวัด) :
    เชียงใหม่ (ล้านนา ดอยสูง)
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (2 จังหวัด) :
    ขอนแก่น (ศูนย์กลางอีสาน ผ้าไหม), นครราชสีมา (เขาใหญ่ ประตูสู่อีสาน)
  • ภาคใต้ (5 จังหวัด) :
    กระบี่ (ทะเลอันดามัน ถ้ำหินปูน), พังงา (อ่าวพังงา สิมิลัน), สงขลา (เมืองเก่า หาดสมิหลา), สุราษฎร์ธานี (ประตูสู่เกาะสมุย พะงัน เต่า), และ ภูเก็ต (ไข่มุกอันดามัน ชายหาดระดับโลก)

กลุ่มจังหวัดเมืองหลัก : 22 จุดหมายยอดนิยม

กลุ่มจังหวัดเมืองรอง : 55 เสน่ห์ซ่อนเร้นที่รอการค้นพบ

  • ภาคเหนือ (16 จังหวัด) :
    เชียงราย (เมืองศิลปะ สามเหลี่ยมทองคำ), พิษณุโลก (เมืองสองแคว ประวัติศาสตร์), ตาก (ธรรมชาติ ผจญภัย), เพชรบูรณ์ (ภูทับเบิก ภูค้อ), นครสวรรค์ (เมืองปากน้ำโพ), สุโขทัย (มรดกโลก), ลำพูน (วัดเก่าแก่ หัตถกรรม), อุตรดิตถ์ (เมืองลับแล ผลไม้), ลำปาง (เมืองรถม้า เซรามิก), แม่ฮ่องสอน (เมืองสามหมอก ธรรมชาติ), พิจิตร (เมืองชาละวัน บึงสีไฟ), แพร่ (เมืองไม้สัก), น่าน (สงบ ศิลปะ วัฒนธรรม), กำแพงเพชร (มรดกโลก), อุทัยธานี (วิถีริมน้ำสะแกกรัง), และ พะเยา (กว๊านพะเยา)
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (18 จังหวัด) :
    อุดรธานี (บ้านเชียง ทะเลบัวแดง), อุบลราชธานี (ดอกบัวงาม แสงแรก), หนองคาย (ริมโขง สะพานมิตรภาพ), เลย (ทะเลหมอก ภูเรือ ภูทอก), มุกดาหาร (ริมโขง ตลาดอินโดจีน), บุรีรัมย์ (ปราสาทหิน ฟุตบอล), ชัยภูมิ (ทุ่งดอกกระเจียว), ศรีสะเกษ (ปราสาทขอม ทุเรียนภูเขาไฟ), สุรินทร์ (เมืองช้าง ผ้าไหม), สกลนคร (เมืองธรรมะ หัตถกรรม), นครพนม (ริมโขง พระธาตุพนม), ร้อยเอ็ด (บึงพลาญชัย หอโหวด), มหาสารคาม (ตักศิลาอีสาน), บึงกาฬ (ริมโขง หินสามวาฬ), กาฬสินธุ์ (ไดโนเสาร์), ยโสธร (บั้งไฟพญานาค), หนองบัวลำภู (สงบงาม), และ อำนาจเจริญ (วิถีอีสาน ธรรมะ)
  • ภาคกลาง-ตะวันออก-ตะวันตก (12 จังหวัด) :
    ลพบุรี (เมืองลิง ประวัติศาสตร์), สุพรรณบุรี (ตำนาน วรรณคดี), นครนายก (น้ำตก กิจกรรมใกล้กรุง), สระแก้ว (ตลาดโรงเกลือ), ตราด (เกาะช้าง เกาะกูด), จันทบุรี (อัญมณี ผลไม้ ทะเล), ราชบุรี (โอ่งมังกร ถ้ำ), สมุทรสงคราม (อัมพวา วิถีคลอง), ปราจีนบุรี (ธรรมชาติ สุขภาพ), ชัยนาท (เมืองนก วิถีริมน้ำ), อ่างทอง (พระนอน วัดเก่าแก่), และ สิงห์บุรี (วีรชนค่ายบางระจัน)
  • ภาคใต้ (7 จังหวัด) : นครศรีธรรมราช (อารยธรรม วัดพระมหาธาตุ), พัทลุง (โนรา วิถีท้องถิ่น), ตรัง (ทะเลสวย เกาะงาม อาหารอร่อย), สตูล (หมู่เกาะตะรุเตา ธรณีโลก), ชุมพร (ประตูสู่ใต้ ทะเลสวย), ระนอง (ฝนแปดแดดสี่ น้ำตก น้ำพุร้อน), และ นราธิวาส (ทะเลชายแดน วัฒนธรรมหลากหลาย)

คำถามที่พบบ่อย เที่ยวไทยคนละครึ่ง 2568

ตอนนี้ยังลงทะเบียน “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” ได้อยู่ไหม
ลงทะเบียนไม่ได้แล้ว เพราะโครงการรอบปี 2568 สิ้นสุดไปแล้ว บทความนี้เก็บไว้เป็นบันทึกสรุปย้อนหลังว่าโครงการมีเงื่อนไขและขั้นตอนอย่างไร หากภาครัฐเปิดโครงการรอบใหม่ ต้องติดตามประกาศจากหน่วยงานรัฐโดยตรง
“เที่ยวไทยคนละครึ่ง” กับ “เราเที่ยวด้วยกัน” ต่างกันอย่างไร
เป็นโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศชุดเดียวกัน โดย “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” คือชื่อใหม่ที่ใช้ในรอบปี 2568 ซึ่งปรับรูปแบบและเงื่อนไขจากเฟสก่อนหน้าที่ใช้ชื่อ “เราเที่ยวด้วยกัน”
ใครมีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการรอบปี 2568
ผู้ที่มีสัญชาติไทย อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน และในรอบนั้นโครงการจำกัดจำนวนไว้ที่ 500,000 สิทธิ์
ส่วนลดค่าที่พักของโครงการคิดอย่างไร
รัฐสมทบค่าที่พักในอัตรา 40% สำหรับการเข้าพักใน “เมืองหลัก” และสูงขึ้นเป็น 50% สำหรับ “เมืองรอง” โดยการเข้าพักในวันธรรมดา (จันทร์–ศุกร์) ได้รับการสมทบในอัตรา 50%
ถ้ามีโครงการรอบใหม่ ควรเตรียมตัวอย่างไร
เตรียมข้อมูลยืนยันตัวตนให้พร้อม วางแผนวันเดินทางล่วงหน้า (รอบปี 2568 การเข้าพักวันธรรมดาได้รับสมทบสูงกว่า) และเล็งที่พักที่สนใจไว้ก่อน เพราะสิทธิ์มีจำนวนจำกัดและมักหมดเร็ว

หมายเหตุเรื่องสถานะโครงการ: โครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐเปลี่ยนชื่อ เงื่อนไข และรอบเวลาอยู่เสมอ ข้อมูลในบทความนี้เป็นของรอบปี 2568 ที่สิ้นสุดไปแล้ว ก่อนวางแผนทริปหรือรอสิทธิ์รอบใหม่ แนะนำให้ตรวจประกาศล่าสุดจาก เว็บไซต์ทางการของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

แชร์ให้เพื่อนเลย
Tags:
Content Creator
ดาวน์โหลดเลย

เริ่มต้นทริปในฝันของคุณวันนี้

ดาวน์โหลดแอป Haadoo ฟรี วางแผนเที่ยวไทยได้ครบจบในที่เดียว

96พูลวิลล่าที่จองได้จริง
12จังหวัดที่มีบ้าน
2,700บาท/คืน เริ่มต้น
ฟรีค่าสมัครลงประกาศ
บทความที่เกี่ยวข้อง
Scroll to Top
โทรทักไลน์